โดย มติชน วัน ศุกร์ ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2551 16:28 น.

กลุ่มคนรักอุดรฯ กว่าพันคนได้เดินทางมาที่หน้ารัฐสภาฯ เพื่อให้กำลังใจ นายสมัคร สุนทรเวช กลับนั่งนายกฯ ต่อ ทั้งหมดพากันโห่ร้องอย่างเสียอารมณ์เมื่อส.ส.มาเข้าร่วมประชุมสภาฯ ไม่ถึงกึ่งหนึ่ง ทำให้ต้องเลื่อนวันโหวตนายกฯ ออกไป


โดย มติชน วัน ศุกร์ ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2551 15:51 น.

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย แถลงที่โรงแรมเรดิสัน ย่านพระราม 9 ถึงกรณีที่การประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี ต้องล่มลงเนื่องจากความขัดแย้งภายในพรรคพลังประชาชนที่จะสนับสนุนและต่อต้านนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชนเป็นนายกรัฐมนตรีว่าปัญหาที่เกิดขึ้นภายในพรรคพลังประชาชน ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ยกมาตรา 173 มาอ้างว่าได้เสนอชื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นนายกรัฐมนตรี ว่า จะนำมาตรา 173 มาอ้างไม่ได้ทางกฎหมาย และเป็นเรื่องที่น่าอายมากกว่าหากพรรคประชาธิปัตย์ทำเช่นนั้น

















โดย คม ชัด ลึก วัน ศุกร์ ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2551 15:57 น.


ชาติไทย-ประชาราช ประสานเสียงไม่เอา สมัคร นายกฯรอบสอง อ้างทำให้บ้านเมืองเกิดวิกฤติหนัก พร้อมให้เวลาพปช.เสนอคนอื่นนั่งนายกฯ ก่อนการประชุมสภา 17 กันยายน. ด้านประชา เผยพด.ไม่เอา สมัคร ไปรัฐสภาแต่ไม่ขอเข้าประชุม


นายบรรหาร ศิลปอาชา(12ก.ย.) นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รองหัวหน้าพรรคชาติไทย ให้สัมภาษณ์ถึงท่าทีพรรคชาติไทย ว่า ยังมีเวลาช่วยคิดว่าฝ่ายการเมืองจะนำพาชาติไปทางไหนจากวันนี้จนถึงวันพุธที่ 17 ก.ย.นี้ จะต้องใช้ทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นและไตร่ตรองว่าจะตัดสินใจอย่างไรต่ออนาคตของบ้านเมือง เป็นโอกาสที่ดีที่ทุกฝ่ายจะมีเวลาหายใจ ช่วยกันคิดทบทวน และหาแนวทางที่นำพาประเทศกลับไปสู่สภาพปกติโดยเร็วที่สุดและเป็นสิ่งที่ดี


เมื่อถามว่าการที่พรรคร่วมรัฐบาลอารยะขัดขืนพรรคพลังประชาชนต้องพิจารณาด้วยหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ไม่คิดว่าเป็นอารยะขัดขืน แต่คิดว่าเป็นสำนึกของพรรคการเมือง และนักการเมืองที่ทุกคนเข้าใจปัญหาจะเกิดขึ้นว่าถ้าวันนี้เหตุการณ์เป็นอย่างนี้อะไรจะเกิดขึ้น ทุกคนมีความห่วงใยต่อบ้านเมือง เพราะต้องยอมรับว่าการตัดสินใจวันนี้คือการตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่ที่ท้าทายมโนธรรมและจริยธรรมของนักการเมืองว่ามีความรับผิดชอบต่อบ้านเมืองมากน้อยแค่ไหน ตนคิดว่าเป็นนิติหมายและเป็นสิ่งที่ดี ที่เห็นนักการเมืองมีสำนึกร่วมกันกับประชาชนที่ไม่ต้องการเห็นความขัดแย้งบานปลาย


ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุผลอะไรที่พรรคชาติไทยตัดสินใจแนวทางนี้ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า มีเหตุผลหลายประการ เหตุผลหนึ่ง คือพรรคการเมืองต้องผูกพันกับประชาชน และแค่ความรู้สึกของประชาชนด้วย ถ้าประชาชนมีความรู้สึกห่วงใยอย่างไรต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อบ้านเมือง เป็นสิ่งที่พรรคการเมืองทุกพรรคปฎิเสธไม่ได้ ขณะเดียวกันก็เกิดสุญญากาศขึ้นมาระหว่างพรรคซึ่งเป็นแกนนำเอง เกิดความสับสนอลหม่านขึ้น หาข้อยุติไม่ได้ ทำให้พรรคร่วมรัฐบาลลำบากใจด้วย เพราะขนาดพรรคที่เป็นแกนนำยังไม่ได้ข้อสรุปและตกผลึกว่าจะทำอย่างไร การโหวตไม่มั่นใจว่าหากพรรคแกนนำโหวตไปทางหนึ่งทางใด ไม่ตรงกับสิ่งที่ไม่ต้องการแล้ว พรรคร่วมรัฐบาลก็จะถือเป็นแบบอย่างด้วย จะทำให้การควบคุมเสียงแต่ละพรรคการเมืองเป็นด้วยความยากลำบาก แต่ถ้านิ่งและตกผลึกแล้วทุกอย่างน่าจะเดินต่อไปได้


เมื่อถามว่าพรรคชาติไทยไม่เห็นด้วยกับพรรคพปช.และต้องการให้เปลี่ยนตัวนายกฯใช่หรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า จะบอกว่าไม่เห็นด้วยคงไม่ได้ แต่ต้องบอกว่ารับฟังเสียงของประชาชนว่ามีความรู้สึกอย่างไร วันนี้เราถึงคิดว่าให้ทุกฝ่ายตั้งสติ และคิดว่าจะช่วยกันผ่าทางตันของประเทศอย่างไร ยังมีเวลา และคนที่จะสามารถผ่าทางตันของประเทศได้ดีที่สุดคือนายกฯ ที่มีภาพพจน์ทุกฝ่ายยอมรับ ยุติปัญหาความขัดแย้งของสังคมที่เกิดขึ้นได้


นายเสนาะ เทียนทองเมื่อถามว่าพรรคพลังประชาชนต้องยอมเสียสละใช่หรือไม่ เพื่อไม่ให้การประชุมวันพุธที่ 17 ก.ย.ล่มอีก นายสมศักดิ์ กล่าวว่า พรรคพลังประชาชนเป็นพรรคการเมืองก็ต้องฟังเสียงประชาชนและห่วงใยบ้านเมือง สิ่งที่เป็นแนวทางยุติความขัดแย้งได้ทุกพรรคการเมืองก็ต้องทำแบบเดียวกัน
ผู้สื่อข่าวถามว่าพรรคชาติไทยยังรักษาสัตยาบรรณที่เคยลงร่วมกับพรรคพลังประชาชนใช่หรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า พรรคชาติไทยยืนยันในการสนับสนุนพรรคพลังประชาชนจัดตั้งรัฐบาล เพราะเป็นสิ่งที่ถูกต้องตามระบอบประชาธิปไตย ไม่อยากให้เกิดระบบลัดขั้นตอน เมื่อถามว่ายืนยันได้หรือไม่ว่าจะไม่มีการเปลี่ยนขั้ว รองหัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าวว่า พรรคชาติไทยยึดถือสัจจะเป็นหลัก และเคารพหลักการระบอบประชาธิปไตย หากพรรคเสียงข้างมากไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ก็ต้องไปดูพรรคลำดับถัดไป แต่เมื่อเขายังดำเนินการได้เราก็สนับสนุน

เมื่อถามว่าให้เวลาพรรคพลังประชาชนถึงขนาดไหน นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ไม่ได้กำหนดเวลาว่าจะให้โอกาสถึงเมื่อไหร่ แต่เราต้องทำงานร่วมกัน เรายังให้โอกาสพรรคพลังประชาชน แต่ถ้าเขาตั้งไม่ได้ ไม่มีคนเหมาะสมถึงตรงนั้นค่อยมาว่ากัน เราไม่กดดันด้วยการเปลี่ยนขั้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากเป็นชื่อนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ จะรับได้หรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องพรรคพลังประชาชนเป็นผู้กำหนดว่าจะเป็นใคร เราไปเสนอชื่อคนนั้น คนนี้ไม่ได้ เราไม่ก่อปัญหาเพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตามคนที่จะขึ้นมาเป็นผู้นำรัฐบาลต้องเหมาะสมและไม่นำไปสู่ปัญหาความขัดแย้ง มีท่าทีประนีประนอมกับทุกฝ่าย เมื่อถามว่าถึงเวลาที่นายสมัครจะต้องพิจารณาแล้วหรือยัง นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ตนไม่บังอาจให้ความเห็นในเรื่องนี้

ด้านนายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช นายสรวงศ์ เทียนทอง ส.ส.สระแก้ว พรรคประชาราช กล่าวยืนยันจุดยืนของพรรคประชาราช ว่า พรรคพร้อมให้การสนับสนุนพรรคพลังประชาชนในการจัดตั้งรัฐบาลและเสนอชื่อคนที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ไม่เห็นด้วยหากพรรคพลังประชาชนจะเสนอให้ นายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัย เพราะจะไม่สามารถหาข้อยุติในการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองได้ อีกทั้งพรรคร่วมรัฐบาลจะไม่เข้าร่วมประชุมสภาฯ

นอกจากนี้ยังยอมรับว่าเมื่อคืนที่ผ่านมานาย เสนาะ เทียนทอง ได้หารือกับนายบรรหาร ศิลปะอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยเกี่ยวกับท่าทีพรรคร่วมรัฐบาล โดยยืนยันจะไม่เข้าร่วมประชุมสภาฯและมอบให้พลตรีสนั่นประสานงานไปยังพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อให้องค์ประชุมสภาไม่ครบองค์ประชุม ซึ่งจากการประสานงานเบื้องต้นพรรคประชาธิปัตย์ก็ยืนยันจะให้ความร่วมมือ แต่เมื่อพรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมประชุมและมีการเสนอนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ก็ถือเป็นเอกสิทธิ์ที่ทำได้ตามเกมการเมือง
นายสรวงศ์ กล่าวว่า ในส่วนพรรคประชาราชยืนยันว่าไม่มีความขัดแย้งใดๆกับนายสมัครอีกทั้งยังให้ความเคารพ แต่หากนายสมัครกลับมาเป็นนายกฯอีกจะทำให้สถานการณ์แย่ลง จึงจำเป็นต้องเลือกเอาบ้านเมืองไว้ก่อน อย่างไรก็ตามนายสรวงศ์ยังเชื่อมั่นว่าแกนนำพรรคพลังประชาชนจะไม่เลือกวิธีการแก้ไขปัญหาด้วยการยุบสภา เพราะยังมีทางออกอีกหลายทาง อีกทั้งพรรคพลังประชาชนเองก็ยังไม่พร้อม ที่สำคัญก็ยังไม่แน่ใจว่าหากเลือกตั้งกันแล้วพรรคพลังประชาชนจะได้ สส.มามากน้อยแค่ไหน














(12 ก.ย.) พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ส.ส.ระบบสัดส่วน ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคเพื่อแผ่นดิน หนึ่งในพรรคร่วมรัฐบาล ให้สัมภาษณ์ที่บ้านสวน ใน จ.อุดรธานี ว่า ช่วงเช้าก่อนจะมีการประชุมสภาเพื่อเลือกตัวนายกรัฐมนตรีคนใหม่แทนนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญพิพากษาให้พ้นตำแหน่ง

"ส.ส.พรรคเพื่อแผ่นดินทุกคนได้ไปยังรัฐสภาแล้ว แต่ทุกคนรวมทั้งตนได้ยื่นใบลา ไม่ขอเข้าประชุมในการลงคะแนนเสียงเลือกนายกรัฐมนตรี ต่อประธานสภาฯ จากนั้นจึงพากันออกมาจากรัฐสภา โดยไม่ได้เข้าร่วมประชุม เพื่อเลือกนายสมัครเป็นนายกรัฐมนตรี อีกวาระหนึ่ง ซึ่งเป็นไปตามมติของพรรคเพื่อแผ่นดิน" พล.ต.อ.ประชา กล่าวและว่า

ช่วงเช้าที่จะมีการเสนอชื่อนายสมัครกลับเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไป โดยไม่สนใจต่อคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญที่ได้ตัดสินลงโทษไปแล้ว ตนในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคเพื่อแผ่นดิน จึงเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคฯ เพื่อขอความเห็นชอบในการจะยกมือให้นายสมัครเป็นนายกรัฐมนตรีต่อหรือไม่ ซึ่งที่ประชุมพรรคเพื่อแผ่นดิน มีมติเป็นเอกฉันท์ไม่เอานายสมัครมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไปอีก


ส่วนการดำเนินการต่อไปจะมีการประชุมกันอีกครั้ง เพื่อหามติว่าจะรับให้ผู้ใดเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ไม่เลือกนายสมัครฯอย่างแน่นอน


นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.สรรหา เปิดเผยว่า ในวันนี้ได้เข้าชี้แจงข้อเท็จจริง ต่อนายประชิต ศรศักดา ประธานกรรมการไต่สวน ที่ต้องการขอทราบข้อมูลการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์และหนี้สิ้นของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและคู่สมรส ตามหนังสือด่วนมา ที่คณะกรรมการได้ขอให้มาชี้แจงข้อเท็จจริงข้อร้องเรียน ตามที่ตนได้ร้องต่อคณะกรมการการเลือกตั้งให้ตรวจสอบ นายสุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รมว.คลัง เนื่องจากนางปราณี สืบวงศ์ลี คู่สมรสเป็นหุ้นส่วนหลักถือเงินทุนในคณะบุคคลร้อยละ 50-95 อันเป็นการกระทำต้องห้างตามมาตรา 267 , 268 และ 269 ของรัฐธรรมนูญอันเป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัว ตามมาตรา 182 ( 7 )ของรัฐธรรมนูญ

“ เรื่องนี้นอกจากจะยื่นต่อ กกต.แล้วผมก็ยังได้ไปยื่นต่อประธานวุฒิสภาเพื่อให้ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยกรณีดังกล่าวด้วย ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญก็ได้แจ้งมายังเลขาธิการวุฒิสภาแล้วว่า ศาลรัฐธรรมนูญได้ตรวจคำร้องและมีคำสั่งให้รับคำร้องดังกล่าวไว้ดำเนินการตามข้อกำหนดของศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธพิจารณาและการทำคำวินิจฉัย พ.ศ. 2550 แล้ว ” นายเรืองไกรกล่าว

นายเรืองไกร ยังกล่าวถึงกรณีที่ กกต.ยกคำร้องนายชัย ชิดชอบ กรณีที่ภรรยาไปถือหุ้นในบริษัทศิลาชัย บุรีรัมย์ ( 1991 ) จำกัดเกิน 5% ว่า กรณีนี้ตนเห็นต่างจาก กกต. เนื่องจากเห็นว่า แม้จะเป็นการขอประทานบัตรระเบิดหินในที่ดินของตนเอง แต่เมื่อหินและแร่เป็นทรัพยากรของชาติ และต้องขออนุญาตเพื่อทำกิจการเอาหินและแร่ขึ้นมาใช้ แม้จะใช้คำว่าประทานบัตร แต่ก็น่าจะเป็นการตีความเข้าข่ายสัมปทานได้ อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ในฐานะที่ตนเองเป็น ส.ว.ก็ไม่สามารถที่จะยื่นผ่านประธาน ส.ว.เพื่อไปศาลรัฐธรรมนูญได้ ดังนั้นน่าจะเป็นหน้าที่ของ ส.ส.ในสภาผู้แทนฯที่จะล่าชื่อ ส.ส.เสนอไปยังประธานสภาของตัวเองว่า ขาดคุณสมบัติ ส.ส.หรือไม่


โดย ไทยรัฐ วัน ศุกร์ ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2551 00:00 น.

เพราะมาจากการชุมนุมกดดันของพันธมิตรฯ ทำให้พรรคการเมืองไม่เลือก สมัคร เป็นนายกฯ จำลอง ให้จับตา 5 วันอันตรายก่อนเลือกนายกฯ หากมีเหตุฉุกเฉินพรอ้มเป่านกหวีด
วันนี้ (12 ก.ย.) นายสมศักดิ์ โกศัยสุข และ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ร่วมกันแถลงถึงการที่สภาผู้แทนราษฎรเลื่อนลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีไปเป็นวันพุธที่ 17 ก.ย.นี้ ว่า คงเป็นเกมทางการเมืองที่แบ่งผลประโยชน์ไม่ลงตัว และไม่มีผลอะไรกับพันธมิตรฯ หากนายกรัฐมนตรีที่ได้รับเลือกมาจากพรรคพลังประชาชนหรือพรรคร่วมรัฐบาล ก็หนีไม่พ้นการเป็นนอมินี ดังนั้นพันธมิตรฯ ก็ยังยืนยันจะชุมนุมขับไล่จนถึงที่สุด และจะมีการจับตาและประเมินสถานการณ์เป็นระยะๆ แต่หากพรคประชาธิปัตย์จับมือกับพรรคร่วมรัฐบาล ชูนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ก็คงจะต้องฟังเสียส่วนใหญ่อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม เห็นว่านายกรัฐมนตรีที่เข้ามาบริหารประเทศนั้นต้องเป็นคนดี นายสมศักดิ์ ยอมรับว่าการนำคนนอกเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี คงจะเป็นไปได้ยาก เนื่องจากรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่าผู้จะเป็นนายกรัฐมนตรีต้องมาจาก ส.ส. และพันธมิตรฯ ก็ยืนยันที่จะไม่ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในขณะนี้ ด้าน พล.ต.จำลอง กล่าวว่า การที่ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) มีคำสั่งให้ทบทวน พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยให้พันธมิตรฯ ออกจากทำเนียบรัฐบาลก่อนนั้น ตนยืนยันว่าจะไม่เคลื่อนย้ายออกจากทำเนียบรัฐบาล และพันธมิตรฯ ไม่ใช่ผู้สร้างความรุนแรง ซึ่งใน 5 วันที่เหลือนี้ถือเป็น 5 วันอันตรายที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด หากมีเหตุการณ์ฉุกเฉินพร้อมเป่านกหวีดเรียกชุมนุมใหญ่ได้อีกครั้ง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ ในทำเนียบรัฐบาล ภายหลังจากสภาผู้แทนราษฎรได้เลื่อนการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีออกไป นายประพันธ์ คูณมี และนายสำราญ รอดเพชร สองแกนนำพันธมิตรฯ รุ่น 2 ได้ขึ้นเวที ประกาศว่าถือว่าเป็นชัยชนะส่วนหนึ่งของพันธมิตรฯ เพราะการไม่สามารถเปิดประชุมสภาฯ ได้เกิดจากการชุมนุมกดดันของพันธมิตรฯ ทำให้พรรคการเมืองไม่เลือกนายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง ซึ่งผู้ร่วมชุมนุมก็ได้โห่ร้องแสดงความยินดี


โดย คม ชัด ลึก วัน ศุกร์ ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2551 00:00 น.

ตลาดหลักทรัพย์สำรวจ 162 ซีอีโอ ฟันธง สมัคร กลับมาอยู่ได้ไม่เกิน 3 เดือน สร้างปัญหาทางการเมืองเพิ่มกระทบเศรษฐกิจ มองหากเลือกตั้งใหม่หรือเปลี่ยนตัวนายกฯเป็นทางออกที่ดีกว่า ด้านหอการค้าไทยและสภาหอฯ ยื่นคุณสมบัตินายกฯ 5 ข้อให้พิจารณา ชี้ไม่เข้าข่ายก็ไม่ควรกลับมา

นายสมัคร สุนทรเวช ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้บริหารสถาบันวิจัยเพื่อตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยผลการสำรวจความคิดเห็นผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน หรือ ซีอีโอ เซอร์เวย์ จำนวน 162 บริษัท ที่จัดทำขึ้นในช่วงปลายเดือนสิงหาคม-ต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา ว่าหากในวันที่ 12 กันยายนนี้ นายสมัคร สุนทรเวช ยังได้รับการสนับสนุนให้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง ซีอีโอส่วนใหญ่มองว่ารัฐบาลจะทำงานได้ประมาณ 3 เดือน เนื่องจากจะเกิดปัญหาตามมา เป็นผลให้เสถียรภาพการเมืองยังน่ากังวล และจะส่งผลกระทบให้ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว

ทั้งนี้ เห็นได้จากตั้งแต่เริ่มมีการชุมนุมทางการเมืองช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ความเชื่อมั่นต่างๆ ลดลง โดยดัชนีตลาดหุ้นไทยลดลงจาก 875 จุด เหลือ 650 จุด และมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) ลดลงไปกว่า 1.5 ล้านล้านบาท ซึ่งหากไม่มีคำตอบที่ชัดเจนทางการเมือง ประกอบกับผลกระทบจากเศรษฐกิจสหรัฐชะลอตัว จะเป็น 2 ประเด็นหลักที่ทำให้นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทย และทำให้เงินไหลออกอย่างเดียว เมื่อเทียบกับกลางปีที่เงินไหลออกและไหลเข้าอยู่ในระดับเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม จากผลสำรวจพบว่า นโยบายเศรษฐกิจในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ซีอีโอประมาณ 41% ให้ความคิดเห็นว่าไม่น่าพอใจนโยบายเศรษฐกิจ และประมาณ 43% เฉยๆ มีเพียง 8% เท่านั้น ที่รู้สึกพอใจกับนโยบาย

“มองว่าปัญหาเศรษฐกิจภายในประเทศ ไม่ได้ทรุดจากรากเหง้า แต่การเมืองเป็นตัวกดดันให้ความมั่นใจ รวมถึงภาพรวมหลายๆ อย่างไม่ดี ซึ่งหากมีการเปลี่ยนขั้วทางการเมือง หรือการเริ่มต้นใหม่ ด้วยการเลือกตั้งใหม่ หรือหากเปลี่ยนแปลงตัวนายกฯ จะทำให้สิ่งที่เป็นปัญหาอาจมีทางออกมากขึ้น เพราะเมื่อเปลี่ยนตัวนายกฯแล้วเป็นไปได้ว่าจะเปลี่ยนรัฐมนตรีตามมา และเป็นจังหวะในการคลี่คลายสถานการณ์ ซึ่งส่งผลให้เศรษฐกิจเดินต่อไปได้ หลังปัจจุบันการเมืองล็อกเศรษฐกิจอยู่” ดร.กอบศักดิ์ กล่าว

นายพงษ์ศักดิ์ อัสสกุล รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เห็นพ้องกันว่านายกรัฐมนตรีคนใหม่ควรจะมีคุณสมบัติ 5 ข้อดังนี้ 1.ซื่อสัตย์ 2.เป็นผู้มีจริยธรรม 3. มีความเป็นผู้นำที่ดี 4.เป็นผู้มีความรู้ความสามารถ บริหารงานด้วยความโปร่งใส และ 5.มีความเข้าใจในเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างถูกต้องด้วยตัวเอง

“ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่ประเทศต้องการผู้บริหารที่มีความโปร่งใส และเป็นที่ยอมรับของสังคม ภาคเอกชนไม่ต้องการเห็นผู้แพ้หรือผู้ชนะบนความเสียหายของประเทศ และควรระงับความเสียหายในทันที โดยเฉพาะการยกเลิกพ.ร.กทันที แก้ปัญหาการชุมนุมที่ยืดเยื้อและความแตกแยกในสังคม และเชื่อว่าสมาชิกสภาเกือบ 500คน จะต้องมีคนที่มีคุณสมบัติดังกล่าวอย่างแน่นอน ขึ้นอยู่กับว่าจะเสนอให้เข้ามาบริหารงานหรือไม่” นายพงษ์ศักดิ์ กล่าว

Copyright © 2008 - •°¤* All About Politics *¤°• - is proudly powered by Blogger
Smashing Magazine - Design Disease - Blog and Web - Dilectio Blogger Template